ประเทศไทย : ประเทศไทยแต่เดิมมีชื่อว่า "ประเทศสยาม" หรือ "สยามประเทศ"
ดินแดนที่เป็นประเทศไทยส่วนใหญ่นับแต่บริเวณภาคใต้ไปจนภาคเหนือ อันเป็นเขต ป่าเขานั้น
อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า กึ่งชุ่มชื้น และกึ่งแห้งแล้ง จึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมแก่การตั้งหลักแหล่ง
ของชุมชนมนุษย์ให้เป็นบ้านเมืองได้เกือบทั้งสิ้น
จำนวนประชากร : จำนวนประชากรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 ตามประกาศโดย สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง
ลงวันที่ 24 มีนาคม 2547 ระบุจำนวนประชากรทั่วราชอาณาจักร 63,079,765 คน เป็นชาย 31,255,350 คน เป็นหญิง 31,824,415 คน
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีเนื้อที่กว้าง 1,549 ตารางกิโลเมตร เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญต่าง ๆ
ภูมิประเทศ : ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย
หรือระหว่างเส้นละติจูดหรือเส้นรุ้งที่ 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ กับ 20 องศา 27 ลิปดาเหนือ และระหว่างลองจิจูด
หรือเส้นแวงที่ 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออก กับ 105 องศา 37 ลิปดาตะวันออก
สำหรับที่ตั้งของประเทศไทยตามแนวลองจิจูดนั้น ประเทศไทยยึดเอาลองจิจูดที่ 105 องศาตะวันออกเป็นเวลามาตรฐาน
ทำให้ประเทศไทยมีเวลาแตกต่างจากเวลามาตรฐานกรีนิช 7 ชั่วโมง การติดต่อในเชิงธุรกิจกับประเทศใด ๆ มีความจำเป็น
ที่จะต้องรู้เวลาของประเทศนั้นว่า แตกต่างจากเวลาในประเทศไทยกี่ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความสะดวกและทันเวลา เช่น
ประเทศญี่ปุ่นมีเวลาที่เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง จีน มาเลเซีย มีเวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ประเทศสหรัฐอเมริกาเวลาตรงกันข้ามกับไทยประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า "คาบสมุทรอินโดจีน" ซึ่งมีความหมายมาจากการเป็นคาบสมุทรที่เชื่อมต่อ
คืออยู่ระหว่างกลางของดินแดนใหญ่ 2 บริเวณ คืออินเดียทางตะวันตก และจีนทางตะวันออก โดยล้อมรอบไปด้วยเพื่อนบ้านใกล้เคียง
คือ พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเพื่อนบ้าน ในเขตภูมิภาคคือ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์
ศาสนา : ประเทศไทย มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ คนไทยสามารถนับถือศาสนาต่าง ๆ กันได้
แต่มีผู้นับถือศาสนาพุทธกว่าร้อยละ 90 คนไทยยังนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์
ฮินดู และซิกซ์ เป็นต้น รัฐธรรมนูญของไทยและกฎหมายอื่น ๆ ให้ความคุ้มครองในเรื่องการนับถือศาสนา
เป็นอันดี ไม่ได้บังคับให้ประชาชนชาวไทยนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง
ฤดูกาล : จากลักษณะภูมิอากาศตามที่กล่าวมาแล้วประกอบเมื่อพิจารณาตามลักษณะอุตุนิยมวิทยาแล้ว
เราสามารถแบ่งฤดูกาลของประเทศไทยตอนบนได้ดังนี้
ฤดูฝน โดยปกติแล้วฤดูฝนของประเทศไทยจะเริ่มเมื่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ได้พัดปกคลุมประเทศไทยแล้ว คือตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป และไปสิ้นสุดราวกลาง
เดือนตุลาคม มีระยะเวลาประมาณ 5 เดือน
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือได้พัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไป
อากาศจะหนาวเย็นกเว้นภาคใต้ของประเทศไทยอุณหภูมิจะลดลงได้บ้างเป็นครั้งคราวและ
จะมีฝนตกตามชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงนราธิวาส
ฤดูร้อน เริ่มตั้งกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ในระยะนี้ลมฝ่ายใต้ตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนผ่าน
เส้นศูนย์ขึ้นไปทางซีกโลกภาคเหนือ ดังนั้นดินจะสะสมความร้อนไว้และร้อนขึ้น ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลงและค่อนข้างแปรปรวน ทำให้อากาศร้อน
อบอ้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายน พายุฤดูร้อนเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เด่นชัดทางประเทศไทยตอนบน
ภาษา : มีผู้พูดหลายภาษาด้วยกัน โดยมีภาษาหลักคือภาษาไทยมาตรฐาน นอกจากนั้นยังมีภาษาถิ่นย่อย และภาษาอื่น ๆ อีกหลายตระกูลภาษา โดยรวม มีผู้ใช้ภาษาราว 74 ภาษาในประเทศไทย
ประเพณี และเทศกาล :
ประเพณีผีตาโขน (จ.เลย มิถุนายน)
ประเพณีพื้นบ้านของชาว อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่จัดขึ้นในงานบุญพระเวสหรืองานบุญเดือนหก
โดยเด็กๆจะทำหน้ากากผีตาโขนจากหวดนึ่งข้าวเหนียวแต่งแต้มสีสันสวยงามมาสวมใส่มีการแต่งตัว
เป็นผีออกแห่แหนไปตามถนนเลียนแบบในชาดกทางพุทธศาสนา เป็นที่สนุกสนานมาก
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ (จ.นครศรีธรรมราช กุมภาพันธ์)
งานประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อนมัสการองค์พระบรมธาตุ
เมืองนครศรีธรรมราชในงานมีการกวนข้าวมธุปายาส ประกวดผ้าพระบฏและโคมประดับ
และมีการแห่ผ้าขึ้นธาตุไปตามถนนแล้วนำไปห่มองค์พระธาตุเป็นการสักการบูชา
ประเพณีลอยโคม (จ.เชียงใหม่ พฤศจิกายน)
งานประเพณีพื้นบ้านในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ของชาวล้านนาจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความเชื่อในการปล่อยโคมลอยซึ่งทำด้วยกระดาษสาติดบนโครงไม้ไผ่แล้วจุดตะเกียงไฟตรงกลาง
เพื่อให้ไอความร้อนพาโคมลอยขึ้นไปในอากาศเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศกและเรื่องร้ายๆต่างๆ ให้ไปพ้นจากตัว
ประเพณีทำขวัญข้าว (จ.พระนครศรีอยุธยา ธันวาคม)
พิธีสำคัญของชาวนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อต้นข้าวแตกกองอกงามจะทำพิธี " ขวัญข้าว " เพื่อเป็นการขอบคุณและเอาใจแม่โพสพที่ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนนา
พอถึงเดือนอ้ายชาวนาจะลงแขกเกี่ยวข้าว แล้วเอาข้าวเข้าลาน ก็จะทำพิธี " รับขวัญเข้าลาน " เชิญพระแม่โพสพกลับเข้าเรือน จากนั้นก่อนนวดข้าวจะทำพิธี " ขวัญลาน " ให้เป็นสิริมงคล ซึ่งก็คล้ายกับรับขวัญเข้าลานนั่นเอง
ประเพณีลอยกระทง (ทุกจังหวัด วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)
การลอยกระทงเป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท
ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดียเป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ
ให้ลอยไปกับแม่น้ำชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้
ประเพณีสงกรานต์ (ทุกจังหวัด 13 14 15 เมษายน)
เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 เมษายนและการฉลองประจำปีก็จะจัดให้มีขึ้นทั่ว ทั้งราชอาณาจักรที่จริงแล้วคำว่า "สงกรานต์" นี้เป็นภาษาไทยซึ่งหมายถึง"เคลื่อนย้าย"
หรือเปลี่ยนที่เพราะว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์ เปลี่ยนตำแหน่ง ในการจักรราศีนอกจากนี้ ยังเรียกว่า"เทศกาลน้ำ" อีกด้วย เพราะว่าประชาชนเชื่อว่าน้ำจะพัดพาเอาสิ่งที่เป็น อัปมงคล ออกไป
|